<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-3339609822046617001</id><updated>2012-02-16T02:37:26.165-08:00</updated><title type='text'>huaphaicity</title><subtitle type='html'>ท้องถิ่นไทย ชุมชนคนบ้านหัวฝาย-โป่งน้ำร้อน-ฝาง-เชียงใหม่</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://huaphaicity.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3339609822046617001/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://huaphaicity.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>kontainews</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05119901810772024341</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://1.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TDKW65WBoPI/AAAAAAAAAIY/aJQeuCwomEI/S220/newstrip_pai441.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>3</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3339609822046617001.post-6379936314612127690</id><published>2010-09-15T21:14:00.000-07:00</published><updated>2010-09-15T21:37:52.165-07:00</updated><title type='text'>จองพารา</title><content type='html'>&lt;marquee scrollamount="2"&gt;...ยินดีต้อนรับเข้าสู่ชุมชนคนบ้านหัวฝาย ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่...&lt;/marquee&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/09/newstrip2009-จองพารา1.jpg"&gt;&lt;img style="WIDTH: 368px; CURSOR: hand; HEIGHT: 497px" alt="" src="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/09/newstrip2009-จองพารา1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;เป็นภาษาไทยใหญ่ แปลว่า “ปราสาทพระ” มาจากคำว่า “จอง” แปลว่า วัด หรือ ปราสาท และคำว่า พารา แปลว่า พระพุทธรูป หรือ พระพุทธเจ้า การบูชาจองพารา คือ การสร้างปราสาทเพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้า ที่เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในวันออกพรรษา &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;จากหนังสือธรรมะของชาวไทยใหญ่ เรื่อง “อลองกาเผือก” ซึ่งเป็นเรื่องราวประวัติ “อะลอง” คือ พระพุทธเจ้า ถึงเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นกาเผือก หนึ่งในสิบชาติ ก่อนมาเป็นพระพุทธเจ้ากล่าวไว้ว่า… ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นกาเผือก หรือกาขาว อยู่ด้วยกัน 2 ผัวเมีย ที่ใต้ต้นมะเดื่อใหญ่อันร่มรื่น กาทั้งสองตัวหากินผลไม้ในละแวกป่าที่อาศัยอยู่อย่างมีความสุขเรื่อยมา จวบจนระยะเวลาหนึ่ง กาตัวเมียเริ่มตั้งท้องใกล้จะออกไข่ กาตัวผู้รู้ด้วยญาณทิพย์ เมื่อใดที่กาตัวเมียต้องวางไข่ ตนอยู่อีกไม่นานก็ต้องตาย ด้วยความเป็นห่วงเมียกาตัวผู้จึงได้สั่งสอนเมียว่าเมื่อตนตายไปเวลาออกหากินขอให้ออกไปหากินต้นไกลๆ และมีลูกสุกก่อน เมื่อท้องแก่ฟักไข่จะได้ไม่ต้องออกบินไปไกลๆ และไม่เหนื่อย หลังจากสั่งเสียได้ไม่นาน กาตัวผู้ก็สิ้นลมหายใจ &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;กาตัวเมีย เมื่อกาตัวผู้จากไปแล้ว ก็คอยเฝ้าประคองลูกในท้องเป็นอย่างดี จนกระทั่งไข่ออกมา 5 ฟอง ก็เฝ้าฟักไข่เป็นอย่างดี จวบจนวันหนึ่งกาตัวเมียออกไปหากินเกิดพายุและมีฝนตกหนักพัดตันไม้ล้มระเนระนาด รวมทั้งต้นมะเดื่อที่กาอาศัยอยู่ด้วย ไข่ทั้ง 5 ฟองหล่นจากรังตกลงไปในแม่น้ำ และหายไปในแม่น้ำอันเชี่ยว เมื่อแม่กากลับมาไม่เห็นไข่ทั้ง 5 ฟอง ก็รู้สึกเสียใจ และอกแตกตายในที่สุด ไข่ทั้ง 5 ฟอง ถูกลมพายุพัดกระจายไปยังที่ต่างๆ กัน &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;ใบหนึ่งไหลไปค้างในพงหญ้า แม่ไก่คุ้ยเขี่ยหากินไปพบจึงนำไปฟัก &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;ใบที่สองวัวไปพบเข้าจึงนำไปฟัก &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;ใบที่สามไหลไปค้างที่ริมตลิ่ง เต่าไปพบเข้าจึงเก็บเอาไปฟัก &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;ใบที่สี่คนซักผ้าไปพบเข้าก็เก็บไปฟักอีกใบ &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;ใบที่ห้าจมดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำ พญานาคมาพบเข้าจึงเก็บเอาไปฟัก &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;เมื่อครบกำหนดไข่ฟักออก ไข่ทั้ง 5 ฟองก็แตกออกเป็นเด็กชายเรียงตามลำดับ อาศัยอยู่กับผู้ที่นำไปฟัก เมื่อเจริญเติบโตจนอายุได้หกปี ทุกคนก็ลาเพื่อไปเสาะหาบิดามารดา โดยบวชเป็นฤาษีมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกได้พบต้นโพธิ์ใหญ่ ตั้งใจว่าจะให้เป็นที่บำเพ็ญพรต ก็ได้พบกับฤาษีองค์อื่นทั้ง 5 คนไต่ถามกันถึงรู้ว่าเป็นพี่น้องกันต่างก็ดีใจ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;มาวันหนึ่งพี่น้องทั้ง 5 ก็ได้ปรึกษากันเรื่องพ่อแม่ว่า ทำอย่างไรจึงจะได้พบ ก็ตกลงกันว่าจะผลัดเปลี่ยนกันหาผลไม้มาตั้งไว้เป็นร้านสูงๆ แล้วอธิฐานขอให้ได้พบพ่อแม่ จนเวลาผ่านไปหลายเดือนตั้งแต่วันเพ็ญเดือนหก เรื่อยมาก็ยังไม่พบ จนเข้าถึงวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 พี่น้องทั้ง 5 จึงได้ปรึกษากันตกลงว่า วันนี้ทุกคนจะช่วยกันไปหาผลไม้ และจะร่วมกันอธิษฐานครั้นได้เวลาทุกคนนำผลไม้ไปตั้งบนร้านสูง แล้วอธิษฐานขอให้พบพ่อแม่ โดยเริ่มตั้งแต่หัวค่ำจนถึงเที่ยงคืน เปลี่ยนจากวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ก็มีกาเผือกคู่หนึ่งบินมาปรากฏกายให้เห็น บอกให้ทราบว่าเป็นพ่อแม่ของฤาษีทั้ง 5 แล้วเล่าความเป็นมาให้ฟัง และพ่อแม่ได้รู้ที่ทุกคนอธิษฐานถึง แต่ไม่สามารถปรากฏกายได้ จะมาปรากฏกายได้เฉพาะวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เท่านั้น เมื่อบอกความต่างๆ แล้ว ทั้งสองก็หายตัวไป &lt;/p&gt;&lt;a href="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/09/newstrip2009-ออกพรรษา.jpg"&gt;&lt;img style="WIDTH: 363px; CURSOR: hand; HEIGHT: 524px" alt="" src="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/09/newstrip2009-ออกพรรษา.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;ตั้งแต่นั้นมา ฤาษีทั้ง 5 ได้บำเพ็ญพรต รักษาศีล และไม่ลืมออกหาผลไม้นำมาอธิษฐานให้พบเห็นพ่อแม่ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 จวบจนชีวิตตายไปได้เสวยชาติใหม่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ส่วนกาเผือกก็ได้เสวยชาติในสวรรค์ชั้นพรหม และเฝ้ารอคอยว่าเมื่อไร ลูกทั้งห้าจะตรัสรู้เป็นพระอรหันต์ จากนั้นจนบัดนี้ลูกของกาได้ตรัสรู้ไปแล้ว 5 องค์ คือ &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;1. กกุสันโท บุตรที่เกิดจาการเลี้ยงดูของไก่ &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;2. โคตรมโน บุตรที่เกิดจากการเลี้ยงดูของวัว &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;3. กลโป บุตรที่เกิดจากการเลี้ยงดูของเต่า &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;4. โคตรโม บุตรที่เกิดจากการเลี้ยงดูของคนซักผ้า &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;5. อริยเมตไตยโย บุตรที่เกิดจากการเลี้ยงดูของพญานาค (เชื่อกันว่า พระศรีอริยเมตไตยจะอุบัติในอนาคตกาล) &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;และที่มาอีกเรื่องหนึ่ง คือ จากพุทธประวัติ ตอนที่พระองค์เสด็จขึ้นไปบนสวรรค์ เพื่อเทศนาโปรดพุทธมารดาของ พระองค์ จากนั้นพระองค์เสด็จกลับลงมายังพื้นโลกมนุษย์ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและต้อนรับการเสด็จกลับของพระพุทธองค์ จึงได้สร้าง “จองพารา” หรือปราสาท(พระ)รับเสด็จ.&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3339609822046617001-6379936314612127690?l=huaphaicity.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://huaphaicity.blogspot.com/feeds/6379936314612127690/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://huaphaicity.blogspot.com/2010/09/blog-post_15.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3339609822046617001/posts/default/6379936314612127690'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3339609822046617001/posts/default/6379936314612127690'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://huaphaicity.blogspot.com/2010/09/blog-post_15.html' title='จองพารา'/><author><name>kontainews</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05119901810772024341</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://1.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TDKW65WBoPI/AAAAAAAAAIY/aJQeuCwomEI/S220/newstrip_pai441.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3339609822046617001.post-8848639132729346383</id><published>2010-09-05T23:25:00.000-07:00</published><updated>2010-10-12T20:44:42.245-07:00</updated><title type='text'>ประเพณีออกหว่า(ออกพรรษา)</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.newstrip2009.com/"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5517378159630466946" style="WIDTH: 253px; CURSOR: hand; HEIGHT: 320px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TJGqNDBFv4I/AAAAAAAAAMw/sBwK3_EQMLI/s320/newstrip2009-pra002.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;iframe src="http://rcm.amazon.com/e/cm?t=newstrip2009-20&amp;o=1&amp;p=12&amp;l=ur1&amp;category=electronics&amp;banner=1MRQK8ZGPSWB2B6MTCG2&amp;f=ifr" width="300" height="250" scrolling="no" border="0" marginwidth="0" style="border:none;" frameborder="0"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TIcPqPcLN5I/AAAAAAAAAMo/mYUHzHEiqRI/s1600/newstrip2009-%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;ประเพณีออกหว่าเป็นประเพณีออกพรรษาของชาวไทยใหญ่ที่สืบทอดกันมากว่า 600 ปี ซึ่งชาวบ้านจะได้ตกแต่งซุ้มประตูหน้าบ้านด้วย ราชวัติ คือการนำไม้ไผ่มาสานเป็นรั้ว ประดับประดาด้วยโคมไฟประทีป หน่อต้นกล้วย หน่อต้นอ้อย และตุง ( ธง ) อย่างสวยงาม ตามความเชื่อของชาวบ้านที่นี่ถือว่า ซุ้มประตู เป็นการสักการะและรับเสด็จพระพุทธเจ้าที่เสด็จลงจากสรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังจากทรงธรรมเทศนาโปรดพระมารดา ซึ่งในงานมีการแสดงและการละเล่นต่าง ๆ เช่น ฟ้อน โต รำนกกิ่งกลา ในวันสุดท้ายของงาน( ปกติจะเป็น วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ )แต่ละชุมชนหรือศรัทธาวัดต่าง ๆ จะช่วยกันนำต้นสนมาสับเป็นชิ้นเล็กๆแล้วมัดรวมกันเป็นต้นขนาดใหญ่ เส้นรอบวงประมาณเมตร สูงประมาณ ๕ เมตร ประดับตกแต่งให้สวยงามเพื่อใช้แห่ไปถวายวัดใกล้บ้าน นอกจากนี้ การจัดขบวนจะมีเทียนไขหลายพันเล่ม และเครื่องไทยทานแห่ไปตามถนนสายต่าง ๆ มีการประกวดความสวยงาม พอไปถึงวัดใกล้บ้านก็จะจุดให้ลุกสว่างโชติช่วง ถือว่าได้บุญอย่างมาก และที่บ้านหัวฝายก็จะได้มีการจัดงานประเพณีออกหว่า (เทศกาลออกพรรษา)อีกแล้วครับ โดยชาวบ้านหัวฝาย เพื่อเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้าและการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมที่ดีงาม ลูกหลาน คนเฒ่าคนแก่ ประชาชน ทุกหมู่เหล่า ต่างก็ให้ความสนใจงานประเพณีออกหว่า (เทศกาลออกพรรษา) ซึ่งจะจัดขึ้นบริเวณวัดวาฬุการาม(หัวฝาย) ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เป็นประจำทุกปีเช่นเคย.&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;iframe src="http://rcm.amazon.com/e/cm?t=newstrip2009-20&amp;o=1&amp;p=13&amp;l=ur1&amp;category=electronics&amp;banner=0JS3Z2NDQ4D78G5E5CG2&amp;f=ifr" width="468" height="60" scrolling="no" border="0" marginwidth="0" style="border:none;" frameborder="0"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3339609822046617001-8848639132729346383?l=huaphaicity.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://huaphaicity.blogspot.com/feeds/8848639132729346383/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://huaphaicity.blogspot.com/2010/09/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3339609822046617001/posts/default/8848639132729346383'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3339609822046617001/posts/default/8848639132729346383'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://huaphaicity.blogspot.com/2010/09/blog-post.html' title='ประเพณีออกหว่า(ออกพรรษา)'/><author><name>kontainews</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05119901810772024341</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://1.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TDKW65WBoPI/AAAAAAAAAIY/aJQeuCwomEI/S220/newstrip_pai441.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TJGqNDBFv4I/AAAAAAAAAMw/sBwK3_EQMLI/s72-c/newstrip2009-pra002.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3339609822046617001.post-8105854532809781251</id><published>2010-07-21T13:13:00.000-07:00</published><updated>2010-10-12T20:43:28.249-07:00</updated><title type='text'>ถั่วเน่าแค็บ</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/07/Tonau-300x225.jpg"&gt;&lt;img style="WIDTH: 300px; CURSOR: hand; HEIGHT: 225px" alt="" src="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/07/Tonau-300x225.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;iframe src="http://rcm.amazon.com/e/cm?t=newstrip2009-20&amp;o=1&amp;p=12&amp;l=ur1&amp;category=electronics&amp;banner=126MKNQWHGMPVFWQNAG2&amp;f=ifr" width="300" height="250" scrolling="no" border="0" marginwidth="0" style="border:none;" frameborder="0"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/07/Tonau.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;ถั่วเน่าเป็นอาหารหมักพื้นเมืองทางภาคเหนือของประเทศไทย ทำจากถั่วเหลืองที่ผ่านการต้มจนสุกแล้วนำมาหมักด้วยจุลินทรีย์ในธรรมชาติจนมีกลิ่น สี รส และลักษณะเฉพาะตัว กรรมวิธีการหมักถั่วเน่านั้นเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ถั่วเน่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์นอกจากใช้เป็นอาหารเสริมรสชาติแล้วยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงประกอบด้วย โปรตีน สารอาหารที่ย่อยสลายง่าย และสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งเชื่อว่ามีผลในการลดอัตราการเป็นโรคมะเร็ง และโรคหัวใจอีกด้วย &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TEdWAineahI/AAAAAAAAAKc/T0Rf25RCCGU/s1600/1196603349.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5496456437521345042" style="WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TEdWAineahI/AAAAAAAAAKc/T0Rf25RCCGU/s320/1196603349.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถั่วเน่าของชาวไทยใหญ่มีความใกล้เคียงกับนัตโตะ (natto) ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการพัฒนาไปเป็นสารเพิ่มกลิ่นและรสในอาหาร และในอาหารขบเคี้ยวที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ยังมีอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองหมักที่มีลักษณะคล้ายถั่วเน่า คือคีเนมา (kenema) ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองที่ทำจากถั่วเหลืองหมักของชาวเนปาลและอินเดีย และ chungkookjang ซึ่งใช้เป็นเครื่องปรุงรสของประเทศเกาหลี&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/07/1196603349.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;การทำถั่วเน่า ส่วนผสมที่สำคัญในการหมักถั่วเน่า คือ ถั่วเหลืองซึ่งเป็นแหล่งโปรตีน และจุลินทรีย์ กรรมวิธีการผลิตถั่วเน่าแบบชาวบ้าน ทำได้โดยการนำถั่วเหลืองมาต้มให้เปื่อยแล้วหมักเป็นเวลา 3 – 4 วัน หลังจากนั้นนำมาบดและปรุงรสโดยใช้เกลือป่น เครื่องเทศ กระเทียม พริกป่น แล้วห่อด้วยใบตอง นำไปนึ่งหรือย่างก่อนรับประทาน วิธีนี้สามารถเก็บรักษาถั่วเน่าไว้ได้นานประมาณ 2-3 วัน หรือนำถั่วเน่ามาจัดเป็นแผ่นวงกลม ผึ่งแดดให้แห้งจะเก็บไว้ได้นานเรียกเป็นภาษาเหนือว่า “ถั่วเน่าแค็บ” ใช้เป็นเครื่องปรุงรสแทนกะปิก็ได้&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;บทบาทของจุลินทรีย์ในการหมักถั่วเน่า จุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทสำคัญในการหมักถั่วเน่าคือแบคทีเรียในกลุ่มบาซิลลัส (Bacillus sp.)ซึ่งมีรูปร่างเป็นท่อนเห็นต่อกันเป็นสายโดยแบคทีเรียดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในกระบวนการหมัก คือ การผลิตเอนไซม์ย่อยสลาย (proteolytic enzymes) เพื่อย่อยสลายสารอาหารชนิดต่างๆในถั่วเหลืองให้มีลักษณะที่ดีหลายประการ ได้แก่ ทำให้เกิดกลิ่นรสที่ดี ช่วยย่อยสลายโครงสร้างที่ไม่พึงประสงค์ในถั่วเหลือง ช่วยเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ให้นานขึ้น เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ และ เพิ่มความสามารถในการย่อยสลายสารอาหารและการละลายช่วยให้ร่างกายดูดซึมเอาไปใช้ได้ง่ายขึ้น การเกิดลักษณะที่ดีในถั่วเหลืองที่ผ่านการหมักจะทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากถั่วเหลืองมากที่สุด โดยเฉพาะประโยชน์ด้านคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งนี้เนื่องจากการหมักจะช่วยทำลายโครงสร้างของสารที่ยับยั้งการทำงานของทริปซิน (trypsin inhibitor) จึงทำให้ร่างกายย่อยสลายโปรตีนในถั่วเหลืองได้มากขึ้น &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TEdWNWhELiI/AAAAAAAAAKk/cmT6mxf1OgU/s1600/news079.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5496456657611533858" style="WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 283px" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TEdWNWhELiI/AAAAAAAAAKk/cmT6mxf1OgU/s320/news079.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ขั้นตอนการทำถั่วเน่า&lt;br /&gt;ถั่วเหลือง ล้างให้สะอาด&lt;br /&gt;เติมน้ำ(อัตราส่วนโดยประมาณ คือถั่วเหลือง 1ลิตรต่อน้ำ 2 ลิตร)&lt;br /&gt;ต้ม 3-4 ชั่วโมง(จนกว่าเมล็ดถั่วจะเปื่อย)ขณะต้มต้องคอยเติมน้ำให้ระดับน้ำท่วมเมล็ดถั่ว&lt;br /&gt;สะเด็ดน้ำ และผึ่งไว้ให้แห้ง&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/07/news079.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;หมักในตะกร้าที่รองด้วยใบตองหรือใบผักกูดปล่อยให้เกิดการหมักโดยใช้เชื้อจุลินทรีย์ในธรรมชาติใช้เวลา 3-4 วันที่อุณหภูมิห้องก็จะได้ถั่วเน่า&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/07/news079.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ถั่วเน่าที่ได้นำมาบดให้ละเอียดเติมเกลือและเครื่องเทศ เครื่องปรุงรสก็จะได้ถั่วเน่าแอ๋บหรือทำให้เป็นแผ่นบางๆและตากแห้งจะได้ถั่วเน่าแค็บ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/07/news123.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TEdWijm_T1I/AAAAAAAAAK0/uUvbPUQuWlU/s1600/news135.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5496457021903294290" style="WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TEdWijm_T1I/AAAAAAAAAK0/uUvbPUQuWlU/s320/news135.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TEdWXv1558I/AAAAAAAAAKs/-YKwZBgwcsc/s1600/news138.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5496456836208519106" style="WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 238px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TEdWXv1558I/AAAAAAAAAKs/-YKwZBgwcsc/s320/news138.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/07/news135.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;การผลิตถั่วเน่าแบบชาวบ้านจะไม่มีการควบคุมคุณภาพ หรือการใช้หัวเชื้อบริสุทธิ์ ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่สม่ำเสมอและไม่ถูกสุขลักษณะ ปัจจุบันการผลิตถั่วเน่าแทบจะไม่ปรากฏให้เห็นในวิถีชีวิตของชาวบ้าน นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ภูมิปัญญาชาวบ้านกำลังจะสูญหายไปจากท้องถิ่น เพราะการผลิตถั่วเน่าเป็นการแปรรูปอาหารอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้มีอาหารบริโภคหลากหลาย เก็บรักษาได้นานขึ้นและยังได้เครื่องปรุงรสอาหาร รวมทั้งเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย ผู้เขียนจึงมีความสนใจที่จะพัฒนาการผลิตถั่วเน่าโดยใช้หัวเชื้อบริสุทธิ์ ซึ่งพิจารณาเห็นว่ามีความเป็นไปได้เพราะจะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ถั่วเน่าที่สามารถควบคุมคุณภาพได้และได้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อพัฒนาไปสู่การผลิตกล้าเชื้อถั่วเน่าเและพัฒนาการผลิตถั่วเน่าสู่ระดับอุตสาหกรรมต่อไป&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.newstrip2009.com/wp-content/uploads/2010/07/news573.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูล : กลุ่มแม่บ้านหัวฝาย ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่&lt;br /&gt;หน่วยวิจัยเอนไซม์วิทยาและเทคโนโลยี&lt;br /&gt;สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&lt;br /&gt;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;iframe src="http://rcm.amazon.com/e/cm?t=newstrip2009-20&amp;o=1&amp;p=13&amp;l=ur1&amp;category=electronics&amp;banner=0JS3Z2NDQ4D78G5E5CG2&amp;f=ifr" width="468" height="60" scrolling="no" border="0" marginwidth="0" style="border:none;" frameborder="0"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3339609822046617001-8105854532809781251?l=huaphaicity.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://huaphaicity.blogspot.com/feeds/8105854532809781251/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://huaphaicity.blogspot.com/2010/07/blog-post_21.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3339609822046617001/posts/default/8105854532809781251'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3339609822046617001/posts/default/8105854532809781251'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://huaphaicity.blogspot.com/2010/07/blog-post_21.html' title='ถั่วเน่าแค็บ'/><author><name>kontainews</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05119901810772024341</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='31' src='http://1.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TDKW65WBoPI/AAAAAAAAAIY/aJQeuCwomEI/S220/newstrip_pai441.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_qElbWpQarkU/TEdWAineahI/AAAAAAAAAKc/T0Rf25RCCGU/s72-c/1196603349.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
